วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความเชื่อ


ความเชื่อคือ ความผูกพันขั้นสูงสุดของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณ ซึ่งถือว่าเป็นมงคลแก่ผู้คน และพร้อมที่จะแสดงความรักและความกล้าหาญของตนออกมาเพื่อสิ่งนั้น
     สรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมมีความผูกพันด้านจิตใจของตน มนุษย์ก็เช่นเดียวกันนอกเหนือจากการมีจิตผูกพันกับวัตถุแล้วเขายังมีจิตผูกพันด้านจิตวิญญาณ เช่น การรู้จักและความงามและ ... ความเชื่อจัดว่าเป็นสภาพหนึ่งของการมีจิตผูกพัน ซึ่งสรรพสิ่งอื่นนั้นอยู่ภายใต้รัศมีของความศรัทธา
     ขอบเขตของความเชื่อสำหรับมนุษย์ทุกคนคือความเป็นส่วนตัวที่ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวคือความผูกพันของมนุษย์ในที่สุดแล้วจะเปลี่ยนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นองค์ประกอบของความกล้าหาญ และความรักก็จะงอกเงยเกิดขึ้นมา
ความเชื่อ ไม่ได้หมายถึง"ความรู้"และ"การรู้จัก"เพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งอัลกุรอานได้กล่าวถึงบุคคลที่ตกศาสนา  ว่าทั้งที่มีความรู้แต่เขาได้เบี่ยงเบนออกไปจนได้ตกมุรตัด ทว่าผู้ศรัทธานอกจากจะมีความรู้แล้ว เขายังจำเป็นต้องยึดมั่นบนความรู้ของตน และต้องมีคำมั่นสัญญาทางจิตใจต่อความรู้นั้น ในลักษณะที่ว่าร่องรอยของความรู้ต้องปรับปรุงเขาในแต่ละวันได้ ดังนั้น ผู้ใดที่มีความรู้ว่าพระเจ้าคือพระเจ้าซึ่งนอกเหนือจากพระองค์แล้วไม่มีเจ้าอื่นใดอีก ฉะนั้น จำเป็นสำหรับเขาคือต้องยึดมั่นในความรู้ของตน กล่าวคือการก้าวไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการต่างๆ หรือปฏิบัติต่อพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นใครก็ตามที่ปฏิบัติเช่นนี้เราเรียกเขาว่า ผู้ศรัทธา
องค์ประกอบความเชื่อ คือ 2 องค์ประกอบ
   1) ความสามารถในการทำนาย (Predictability) ความสัมพันธ์    ระหว่างสาเหตุหนึ่งและผลหนึ่ง
   2) ความเชื่อที่ว่าตนสามารถควบคุมให้เกิดผลนั้นตามที่ต้องการได้(Controllability) บทความนี้ได้ประมวลผลการวิจัยในสาขา จิตพฤติกรรมศาสตร์ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่ออำนาจในตนกับพฤติกรรมที่น่าปรารถนาต่างๆในบุคคลอายุตั้งแต่ 12 ปี ถึง 60 ปี
ประเภทความเชื่อ2ประเภท
    1. เชื่อในสิ่งที่ทำ คือเชื่อมั่นในตนเองว่าสิ่งที่เราทำนี้ถูกต้องและสมควรที่จะทำ
    2. ทำในสิ่งที่เชื่อ คือว่าเมื่อมันเหตุผลพอที่จะทำให้เราเชื่อเราก็ควรที่จะทำในสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะทำ ทั้ง2ข้อนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล อีกสิ่งหนึ่งก็คือ สติพิจารณาของเรา 

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รับสมัคงาน

รับพนังงานบัญชีร้านอาหารกินแล้วไม่ลืม
รับพนังงานสองตำแหน่ง     ไม่จำกับเพศ
วุฒิการศึกษา     จบการบัญชี ปวช/ปวส
รายได้ต่อเดือน 7500   บาท
ร้านอาหารกินแล้วไม่ลืมตั้งอยู่ ในจังหวัดนราธิวาส
สนใจทำงานติดต่อ   073-111111

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ชื่อโครงการ
1.ชื่อโครงการ   ต้านภัยยาเสพติด
2.ลักษณะงาน /โครงการ(ต่อเนื่อง)
3.หลักการและเหตุผล
            ด้วยในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้มีเด็กวัยรุ่นติดยาในสังคมมากขึ้นแทบทุกประเทศซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีตำบลของดิฉันด้วยจึงทำให้ต้องจัดนิทรรศการภายในตำบลเป็นวิธีหนึ่งของกิจกรรมเพื่อช่วยให้เด็กวัยรุ่นห่างใกล้ยาเสพติดจึงต้องต้องการจัดกิจกรรรมดังนี้การแข่งขังกีฬาต่างๆเช่นฟุตบอล เป็นต้น
4.วัตถุประสงค์
เพื่อให้เด็กวัยรุ่นทำกิจกรรมในเวลาว่างให้เป็นประโยนช์
เพื่อให้เด็กวัยรุ่นได้รับความรู้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับยาเสพติด
5.เป้าหมาย
เป้าหมายเชิงปริมาณมีจำนวนทั้งหมดในตำบล3,000 คน ระยะเวลา 2 วัน
เป้าหมายเชิงคุณภาพให้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด
6.สถานที่ดำเนินการ
ในตำบลของหมู่บ้าน
7.ระยะเวลาดำเนินการ วันที่ 4-5 มีนาคม พ..2555 (2วัน)
8.วิธีการดำเนินการ
เขียนโครงการและเสนองานเพื่อพิจารณาอนุมัติ
แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการจัดนิทรรศการ
9.งบประมาณจากเทศบาล 20,000 บาท
แยกเป็นรายละเอียดการใช้งบประมาณ ดั้งนี้
ค่าจัดกิจกรรม 15,000 บาท
ค่าใช้สอย 2,000 บาท เป็นค่าน้ำมันรถในการติดต่อประสานงานบุคคลและหน่วยงานภายนอก
ค่าตอบแทนวิทยากร 3,000 บาท
10.ผู้รับผิดโครงการ
คณะกรรมนายก อบต
11.การติดตามผลประเมินผล
การสังเกตการณ์
แบบสอบถาม
12.ผลที่คาดที่จะได้รับ
วัยรุ่นในตำบลได้ข้อมูลทางด้านภัยยาเสพติดว่าอย่างไรทั้งยังทำลายตัวเองและอนาคตอีกด้วยจึงต้องจัดกิจกรรมอื่นๆในเวลาว่าง
13.ผู้เสนอโครงการ
ลงชื่อ(…………………)
(………………………………..........)
14.ผู้อนุมัติโครงการ
ลงชื่อ(………………….)
(………………………………………..)

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

แบบสังเกตพฤติกรรมเด็ก

แบบสังเกตพฤติกรรมเด็ก

เชื่อ......................................................................................................ชั้นอนุบาลปีที่..................................
ใส่เครื่องหมาย  ü หน้าข้อพฤติกรรมที่ปรากฏ  (เพิ่มเติมรายละเอียดหลังข้อความได้ )

ลักษณะนิสัยของเด็ก
...............   1 .   ชอบเล่นกับเพื่อน  โดยเฉพาะกับ .............................................................................................
...............    2 .  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  รู้จักแบ่งปัน .....................................................................................................
...............    3 .  ชอบดูแลและจัดการเรื่องต่างๆให้ผู้อื่นเสมอ ...........................................................................
...............    4 .   ขี้อาย   ไม่ค่อยพูดกับคนแปลกหน้า ........................................................................................
...............    5 .   กล้าพูด   กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น  .....................................................................................
...............    6 .  ชอบเป็นผู้นำ ............................................................................................................................
...............    7 .  มักเอาแต่ใจตนเอง   ขัดใจไม่ได้  ..............................................................................................
................   8 .  เมื่อโกรธเคยทำร้ายผู้อื่นโดยการ  .......................................................... (ตี  กัด  ต่อย  ฯลฯ  )
................   9 .  มักรังแกพี่และน้องเสมอ .........................................................................................................
................  10 .ติดสิ่งของตลอดเวลา   ต้องมีถือติดตัวเสมอคือ  .......................................................................

การพูดของเด็ก 
...............  1 .  พูดไม่ชัดโดยเฉพาะเมื่อพูด  ......................................................................................................
...............  2 .  พูดยังไม่เป็นประโยค ...............................................................................................................
...............  3 .  พูดติดอ่าง   โดยเริ่มเมื่ออายุประมาณ........................................................................................
...............  4 .  พูดจาไพเราะ  มีครับ   มีค่ะ   เสมอ  ..........................................................................................